ปารีส แซงต์-แชร์กแมง สร้างประวัติศาสตร์เข้ารอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบ 25 ปี หลังได้ มาร์กินญอส กับ เอริค มักซิม ชูโป-โมติง ยิงท้ายเกมช่วยพลิกนรกให้ เปแอสเช แซงดับ อตาลันต้า 2-1 เมื่อคืนวันที่ 12 สิงหาคม ที่ผ่านมา

ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก
อตาลันต้า 1-2 ปารีส แซงต์-แชร์กแมง

เกมรอบ 8 ทีมสุดท้าย ซัดกันนัดเดียวจบที่ลิสบอน โปรตุเกส อตาลันต้า ม้ามืดแห่งอิตาลี เจอกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ยักษ์แห่งฝรั่งเศส เกมนี้ อตาลันต้า วาง ดูวาน ซาปาต้า, มาริโอ ปาซาลิช กับ อเลฮันโดร โกเมซ เป็น 3 ประสานยิง ส่วน เปแอสเช ส่ง เนย์มาร์ ยิงคู่ เมาโร อิคาร์ดี ส่วน คีเลียน เอ็มบัปเป้ มีชื่อสำรอง

เริ่มเกม 2 นาที เปแอสเช พลาดได้อย่างไร เนย์มาร์ กระชากขึ้นหน้าเดี่ยวๆ แต่ดันยิงหลุดออกขวาเฉย ขณะที่ นาที 11 อตาลันต้า เกือบทำได้เช่นกัน อเลฮันโดร โกเมซ โยนจากฝั่งซ้ายให้ ฮันส์ ฮาเตบอร์ โหม่งที่เสาแรกแต่ เคย์เลอร์ นาบาส ปัดทิ้งหวุดหวิด

กระทั่ง นาที 27 อตาลันต้า นำจนได้ เรโม ฟรูเลอร์ ปั๊มบอลหน้าเขตโทษกระเด็นเข้าทาง มาริโอ ปาซาลิช ยิงตุงตาข่าย 1-0 ต่อมา นาที 35 ฟรีคิกของ เปแอสเช ระยะหวังผล เนย์มาร์ วางบอลแล้วปั่นเองแต่บอลเข้ามือ มาร์โก สปอร์ติเอโญ่ เซฟสบาย และจบครึ่งแรกที่ผลนี้

ครึ่งหลัง นาที 57 อตาลันต้า พลาดเม็ดสอง ราฟาเอล โตลอย โหม่งย้อนให้ เบรัต ดิมซิตี วอลเลย์เต็มเท้าแต่ไม่เข้ากรอบ จากนั้น นาที 73 เปแอสเช ยังตีเสมอไม่ได้ คีเลียน เอ็มบัปเป้ ลากเลื้อยมาด้านซ้ายแล้วยิงยัดที่เสาแต่ มาร์โก สปอร์ติเอโญ่ เอาขาเซฟทัน

สู้อยู่นานจนท้ายเกม นาที 89 เปแอสเช ตีเสมอสำเร็จ เอริค มักซิม ชูโป-โมติง พักบอลในเขตโทษแล้วแปะให้ มาร์กินญอส จิ้มระยะเผาขน 1-1 และแล้วสิ่งอัศจรรย์เกิดขึ้นทดเจ็บ นาที 92 คีเลียน เอ็มบัปเป้ สปีดกงล้อไปตบบอลให้ เอริค มักซิม ชูโป-โมติง กระทุ้งพลิก 2-1 และนั่นคือประตูชัยส่ง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เข้ารอบรองชนะเลิศครั้งแรกในรอบ 25 ปี โดยครั้งสุดท้ายที่เกิดขึ้นคือซีซั่น 1994-95

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
อตาลันต้า – มาร์โก สปอร์ติเอโญ่, แม็ทเทีย คัลดาร่า, เบรัต ดิมซิตี, ราฟาเอล โตลอย, เรโม ฟรูเลอร์, มาร์เทน เดอ รูน, โรบิน โกเซนส์, ฮันส์ ฮาเตบอร์, ดูวาน ซาปาต้า, มาริโอ ปาซาลิช, อเลฮันโดร โกเมซ

ปารีส แซงต์-แชร์กแมง– เคย์เลอร์ นาบาส, เพรสเนล คิมเปมเบ้, ติอาโก้ ซิลวา, ฮวน เบนาต, ธีโ, เคห์เรอร์, มากินญอส, อิดริสซ่า กูอาย, อันเดร์ เอร์เรร่า, เมาโร อิคาร์ดี, เนย์มาร์, พาโบล ซาราเบีย

ขอขอบคุณ