ฟุตบอลชิงแชมป์ระดับทวีปยุโรปและอเมริกาใต้อย่าง “ยูโร 2020” กับ “โคปา อเมริกา” ปิดฉากไปเรียบร้อย ถึงเวลาที่บรรดาเกจิลูกหนังสำนักต่างๆ จะทยอยเช็กชื่อเหล่านักเตะที่โชว์ฟอร์มดีตลอดทั้งซีซั่นทั้งในเกมลีกและทีมชาติ เพื่อคัดเลือกหาผู้ท้าชิงรางวัลทรงคุณค่าแห่งวงการลูกหนังโลก “บัลลง ดอร์” ในช่วงต้นปี 2022 ซึ่งแน่นอนว่ามีแต่พ่อค้าแข้งที่คอบอลรู้จักเป็นอย่างดี แต่ใครมีภาษีได้ลุ้นมากกว่า ลองไล่รายละเอียดกันดู

ลิโอเนล เมสซี (บาร์เซโลน่า / อาร์เจนติน่า) ผุดตัวเองกลับขึ้นมาเป็นตัวเต็งอันดับ 1 แบบฉับพลันสำหรับ ลิโอเนล เมสซี ที่แม้ปีนี้จะไม่สมหวังในการช่วย บาร์เซโลน่า ไปสู่ถ้วยแชมป์ ลา ลีกา สเปน ได้เพียงถ้วย โคปา เดล เรย์ แต่ผลงานส่วนตัวในสนามยังสุดยอด ซีซั่นที่แล้วลงฟาดแข้ง 47 นัด กดไป 38 ประตู ในลีกซัดไป 30 ลูก ครองตำแหน่งดาวซัลโวอีกสมัย แต่ที่ยอดเยี่ยมกว่าคือการนำพา อาร์เจนติน่า ประสบความสำเร็จคว้าแชมป์ โคปา อเมริกา ด้วยชัยชนะเหนือ บราซิล 1-0 และตลอดทัวร์นาเมนต์ก็ยิงไป 4 ลูก ได้ทั้งดาวซัลโวและนักเตะยอดเยี่ยมของรายการ

และการปลดล็อกถ้วยแชมป์ระดับชาติใบแรกในชีวิต ไม่น่าแปลกใจหากแข้งวัย 34 ปี จะถูกโหวตให้เอารางวัล บัลลง ดอร์ กลับไปนอนกอดที่บ้านเป็นสมัยที่ 7 เพราะคนที่ได้แชมป์ทั้งในสโมสรกับทีมชาติในปีเดียวกัน มักเป็นที่ถูกใจของสื่อมวลชนผู้ลงคะแนนโหวตอยู่แล้ว หากเกิดขึ้นจริงก็จะบวกสถิติเป็นเจ้าของบอลทองคำสูงสุดตลอดกาลไปอีกสมัย

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (ยูเวนตุส / โปรตุเกส) ลีก กัลโช่ เซเรีย อา ซีซั่นที่ผ่านไป อาจไม่ใช่ปีที่ของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เพราะไม่อาจคว้าแชมป์ลีกติดมือ แต่ยังมีถ้วย โคปปา อิตาเลีย ติดไม้ติดมือกลับไป ขณะที่ผลงานกับทีมชาติโปรตุเกส ก็พุ่งชนความผิดหวังป้องกันแชมป์ยุโรปไว้ไม่ได้ แต่ด้วยผลงานรัว 36 ประตูทุกรายการ และทีมชาติที่ยิงไป 5 ประตูในศึกยูโร 2020 ได้ดาวซัลโวของรายการ แถมพา “ฝอยทอง” ฝ่าด่าน กรุ๊ป ออฟ เดธ เข้ารอบน็อคเอาต์ที่มีทีมแข็งอย่าง ฝรั่งเศส กับ เยอรมนี ร่วมสาย ก็ทำให้สื่อยังไม่อาจมองข้ามชายวัย 36 ปีคนนี้ไปได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับคู่แข่งตัวจริงอย่าง เมสซี ก็ถือว่าสู้ไม่ได้อยู่ดี มีแววที่ “พี่โด้” จะได้มองดูคู่แข่งแย่งบอลทองคำไปด้วยแววตาอิจฉารุ่มร้อนก็เป็นได้

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี (บาเยิร์น มิวนิค / โปแลนด์) เครื่องจักรสังหารของ บาเยิร์น มิวนิค อายุ 32 ปี แต่คุณภาพยังทำลายล้าง ยิง 48 ประตูจาก 40 เกมให้กับ “เสือใต้” รวมทุกรายการ จนได้แชมป์ บุนเดสลีกา เยอรมนี 9 สมัยติดต่อกัน พร้อมกันนี้ยังขึ้นแท่นอันดับ 3 ดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก หลังยิงเพิ่มเป็น 73 ประตู ซึ่งหากไม่เจ็บเสียก่อนน่าจะเยอะกว่านี้ พ่วงด้วยรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของ ยูฟ่า ปีที่แล้ว แต่ผลงานในสโมสรเด่นฝั่งเดียวก็ลุ้นยากหน่อย เพราะกับทีมชาติโปแลนด์ ถึงจะยิงไป 3 ประตูก็ไม่อาจช่วยชาติเข้ารอบน็อคเอาต์ได้ คะแนนโหวตน่าจะไม่เท่า 2 คนข้างต้น

เอ็นโกโล ก็องเต้ (เชลซี / ฝรั่งเศส) ถูกคาดหวังให้เป็นคนที่จะมาแย่งรางวัล บัลลง ดอร์ แบบเซอร์ไพรส์จาก เมสซี, โรนัลโด้ เพราะผลงานการตัดเกมกลางสนามของ ก็องเต้ ในสีเสื้อของ เชลซี โดดเด่นเป็นสง่า มีส่วนช่วยพา “สิงห์บลูส์” ผงาดถ้วย ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก สมัย 2 อย่างไรก็ตาม เมื่อทีมชาติฝรั่งเศส ทำผลงานชวนผิดหวัง เจอเขี่ยตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย แถมดาวเตะวัย 30 ปี ก็ไม่ได้อยู่ในฟอร์มเก่งกาจเหมือนสโมสร ทำให้คะแนนพิศวาสจากนักข่าวน่าจะลดลงไปพอสมควร

เควิน เดอ บรอยน์ (แมนเชสเตอร์ ซิตี / เบลเยียม) เพลย์เมคเกอร์เบอร์ 1 ของโลก สมญานี้ไม่ได้มาเพียงโชคช่วยเพราะ เควิน เดอ บรอยน์ พิสูจน์แล้วว่าเป็นนักเตะที่ “เรือใบสีฟ้า” ขาดไม่ได้เลย ด้วยผลงานยิง 10 ประตู จ่ายให้เพื่อนซัด 18 ลูก ทุกรายการ และได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของ PFA แม้จะอกหักพลาดถ้วย แชมเปียนส์ ลีก ทั้งที่ได้เข้าชิงแต่ไม่มีใครปฏิเสธคุณภาพของเจ้าตัวได้ ส่วนผลงานกับทีมชาติเบลเยียม ถึงจะสลัดอาการบาดเจ็บมาช่วยทีมเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย แต่เพราะคู่แข่งคือ อิตาลี ที่เล่นได้เหนือชั้นกว่าทั้งทีม จึงต้องตกรอบไป ดังนั้นการลุ้นให้ติดท็อป 3 ของบัลลง ดอร์ ดูมีโอกาสมากกว่า

จอร์จินโญ่ (เชลซี / อิตาลี) จอมทัพดีกรีแชมป์ ยูโร 2020 ถูกนับเป็นม้ามืดที่มีลุ้นเบียดเข้า 3 คนสุดท้ายของการชิงบอลทองคำ เพราะคุณสมบัติครบถ้วย ได้แชมป์บิ๊กเอียร์กับ เชลซี ก่อนได้แชมป์ยุโรประดับชาติกับ “อัซซูรี” ซึ่งสวมบทบาทตัวปั้นเกมได้อย่างน่าประทับใจ รวมถึงยิงจุดโทษเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร เล่นเอาเจ้าตัวถึงกับคุยว่า “ไม่มีใครได้แชมป์มากกว่าผมอีกแล้วในปีนี้” แต่จะได้ตามรอยรุ่นพี่ที่ครองบอลทองคำก่อนหน้าอย่าง โอมาร์ ซิโวรี่, จิอันนี ริเวร่า, เปาโล รอสซี, โรแบร์โต้ บาจโจ้ และ ฟาบิโอ คันนาวาโร่ หรือไม่ รอดูผลการประกาศช่วงปลายเดือนธันวาคมนี้

ขอขอบคุณ