ไค ฮาแวร์ตซ์ สวมบทฮีโร่ ซัดประตูชัยช่วงท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 42 พา เชลซี เฉือนชนะ แมนฯ ซิตี้ 1-0 ซิวถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก สมัยที่ 2 ไปครองได้สำเร็

ศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก วันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม 2564 เป็นการลงสนามในนัดชิงชนะเลิศ ระหว่าง 2 ทีมจากอังกฤษ อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ เชลซี ฟาดแข้งกันที่ เอสตาดิโอ โด ดราเกา เมืองปอร์โต้ ประเทศโปรตุเกส

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของกุนซือเป๊ป กวาร์ดิโอล่า สร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้าสู่รอบชิงเลิศรายการนี้ได้เป็นครั้งแรก ก่อนหน้านี้พวกเขาคว้าไปแล้ว 2 แชมป์ อย่าง คาราบาว คัพ และพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ขณะที่ เชลซี ภายใต้การคุมทีมของโธมัส ทูเคิ่ล เคยคว้าแชมป์รายการนี้มาแล้ว 1 สมัย เมื่อฤดูกาล 2011-12 โดยเป็นการผ่านเข้ามาชิงชนะเลิศรายการนี้เป็นครั้งที่ 3 และก่อนหน้าพวกเขาเพิ่งอกหักชวดแชมป์เอฟเอ คัพ อังกฤษ หลังพ่ายให้กับ เลสเตอร์ ซิตี้ 0-1

เกมในครึ่งเวลาแรกต่างฝ่ายต่างครองเกมกันอยู่บริเวณกลางสนามเป็นส่วนใหญ่ ไม่เปิดเกมบุกแรกหมัดกันเท่าที่ควร แม้ว่า แมนฯ ซิตี้ จะครองบอลได้มากกว่าพอสมควร แต่จังหวะเจาะเข้าไปลุ้นประตูยังมีไม่มาก

นาทีที่ 39 เชลซี ต้องเปลี่ยนตัวอย่างรวดเร็ว เมื่อติอาโก้ ซิลวา ปราการหลังชาวบราซิเลียน มีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อกระตุก โดยเปลี่ยนเอา อันเดรส คริสเตียนเซ่น ลงมาเล่นแทน

นาทีที่ 42 กลายเป็น เชลซี ที่่มาได้ประตูออกนำ 1-0 จากจังหวะที่เมสัน เมาท์ จ่ายคิลเลอร์พาสมาให้ ไค ฮาแวร์ตซ์ หลุดเข้ามาในกรอบเขตโทษ แตะหลบเอแดร์ซอนหนึ่งจังหวะแล้วยิงเข้าไปง่ายๆ และหมดเวลาการแข่งขัน 45 นาทีแรก เชลซี ออกนำ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-0

ครึ่งหลัง แมนฯ ซิตี้ เปิดฉากบุกอย่างต่อเนื่องเพื่อทวงประตูคืนให้ได้ แต่ในจังหวะจบสกอร์ยังทำได้ไม่ดีพอ ขณะที่ เชลซี อาศัยเกมรับที่เหนียวแน่น รอจังหวะสวนกลับได้น่ากลัวหลายครั้ง

ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมไม่มีใครทำอะไรกันได้ หมดเวลาการแข่งขัน 90 นาที เชลซี เฉือนชนะ แมนฯ ซิตี้ 1-0 คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก สมัยที่ 2 มาครองได้สำเร็จ โดยเป็นการซิวถ้วยรายการนี้อีกครั้งในรอบ 9 ปี หลังเคยทำได้เมื่อฤดูกาล 2011-12

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : เอแดร์ซอน (GK), ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, รูเบน ดิอาส, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้, อัลคาย กุนโดกัน, ฟิล โฟเดน, แบร์นาร์โด ซิลวา, เควิน เดอ บรอยน์, ริยาด มาห์เรซ, ราฮีม สเตอร์ลิง

เชลซี : เอดูอาร์ด เมนดี (GK), เซซาร์ อัซปิลิกวยตา, ติอาโก ซิลวา, อันโตนิโอ รูดิเกอร์, รีซ เจมส์, จอร์จินโญ, เอ็นโกโล ก็องเต้, เบน ชิลเวลล์, เมสัน เมท์ , ไค ฮาแวร์ตซ์, ติโม แวร์เนอร์

ขอขอบคุณ