คอลลิน โมริกาวะ ก้านเหล็กชาวอเมริกัน ระเบิดฟอร์มวันสุดท้าย ผงาดหยิบถ้วย “ดิ โอเพ่น แชมเปียนชิพ” ไปครอง โดยเป็นการคว้าแชมป์ได้ทันทีตั้งแต่เข้าร่วมการแข่งขันในรายการนี้เป็นครั้งแรก และถือเป็นซิวแชมป์ระดับเมเจอร์รายการที่ 2 ในอาชี

ศึกกอล์ฟเมเจอร์ รายการสุดท้ายของปี “ดิ โอเพ่น แชมเปียนชิพ” ครั้งที่ 149 ชิงเงินรางวัลรวม 11.5 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 375 ล้านบาท) ณ รอยัล เซนต์ จอร์จ กอล์ฟ คลับ ระยะ 7,189 หลา พาร์ 70 ประเทศอังกฤษ วันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา เป็นการดวลวงสวิงในวันสุดท้าย

ปรากฎว่า คอลลิน โมริกาวะ โปรกอล์ฟมือ 4 ของโลกชาวอเมริกัน ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในวันสุดท้าย เก็บเพิ่ม 4 อันเดอร์พาร์ 66 รวมสกอร์สี่วัน 15 อันเดอร์พาร์ 265 ผงาดคว้าแชมป์ “ดิ โอเพน แชมเปียนชิพ” ไปครองได้สำเร็จตั้งแต่เข้าร่วมแข่งขันรายการนี้เป็นครั้งแรก

แชมป์นี้ถือเป็นแชมป์กอล์ฟระดับเมเจอร์รายการที่ 2 ของก้านเหล็กวัย 24 ปีรายนี้ หลังจากเขาเคยได้แชมป์พีจีเอ แชมเปียนชิพ เมื่อปี 2020 มาแล้ว นอกจากนี้ยังทำให้ คอลลิน โมริกาวะ เป็นนักกอล์ฟคนแรกในประวัติศาสตร์ ที่คว้าแชมป์เมเจอร์ไปครองได้ในการลงดวลวงสวิงเป็นครั้งแรกถึง 2 รายการ

ส่วนอันดับ 2 ตกเป็นของ จอร์แดน สปีธ อดีตมือหนึ่งของโลกชาวอเมริกา ทำสกอร์รวมสี่วัน 13 อันเดอร์พาร์ 267 ห่างจากแชมป์ 2 สโตรก และอันดับ 3 เป็นของ จอห์น ราห์ม เจ้าของแชมป์เมเจอร์ยูเอส โอเพ่น 2021 ที่ทำไป 11 อันเดอร์พาร์ 269 ห่างจากแชมป์ 4 สโตรก ด้าน หลุยส์ ออสธุยเซน ที่นำมาตลอดใน 3 วันแรก แต่วันสุดท้ายฟอร์มไม่เข้าฝัก เสียไป 3 โบกี แม้จะเก็บได้ 2 เบอร์ดี แต่สกอร์รวมสี่วัน มี 11 อันเดอร์พาร์ 269 รั้งอันดับ 3 ร่วม

ขณะที่ผลงานของก้านเหล็กชาวไทย “โปรแจ๊ส” อติวิชญ์ เจนวัฒนานนท์ วันสุดท้ายเก็บเพิ่ม 3 อันเดอร์พาร์ 67 รวมสกอร์สี่วันจบที่อีเวนต์พาร์ 280 คว้าอันดับที่ 46 ร่วม ด้าน ภูมิ ศักดิ์แสนศิลป์ วันสุดท้ายตีเกินไป 1 โอเวอร์พาร์ รวมสี่วันตีเกินไป 8 โอเวอร์พาร์ จบที่อันดับ 76 ร่วม

ขอขอบคุณ